เริ่มแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพราะสำนึกอยู่เสมอว่า ผมมิไิด้มีความสำคัญอันใด และด้อยประสบการณ์ในการเขียนหนังสือ ทั้งยังเป็นการเขียนหนังสือเล่มแรกในชีวิต จึงมีการรีรออยู่นานพอสมควร
ต่อมามีหลายคนที่รู้จัก และสนใจความเป็นไปในชีวิตของผม ซึ่งรวมทั้งพี่ อนุรักษ์ พูลหนู ต่างก็แนะนำว่าน่าจะเขียนเรื่องราวชีวิตรวบรวมไว้เป็หนังสือให้ผู้สนใจได้อ่าน ผมจึงตัดสินใจรื้อฟื้นความหลังที่ยังจำได้เขียนขึ้นด้วยข้อจำกัดในเรื่องเวลาที่ไม่ค่อยจะมีสำหรับการเขียน
ชีวิตของผมในหนังสือเล่มนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ผมยังไม่ออกมาลืมตาดูโลก นอกจากนี้ยังเป็นประสบการณ์ที่ได้พานพบมาตั้งแต่จำความได้จนถึงวันนี้ประมาณสามสิบหกปี ซึ่งนับว่ายังน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับหลายคน ผมไม่เคยสำคัญตนว่า ผมคือผู้ที่สำเร็จในชีวิตยิ่งกว่าผู้อื่น เพราะความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดกันที่การมีตำแหน่ง หน้าที่การงานใหญ๋โต หรือฐานะร่ำรวย
ความสำเร็จของคนตามควมหมายของผมก็คือ คนเราจะทำงานอะไรก็ได้ที่ตั้งอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมของสังคม และทุกคนที่เกิดมาไม่ว่ายากดีมีจน หรือจะมีร่างกายที่พิการก็ตาม ย่อมมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์นั่นเอง
มีหลายเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตทั้งตั้งใจ และไม่ตั้งใจให้เกิด แต่ทุกเหตุการณ์ล้วนแล้วเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น จึงไม่ได้กำหนกว่าจะเป็นเรื่องสั้น หรือเรื่องยาว หากแต่เป็นเพียงเรื่องที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น หนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนเป็นห้องสมุดแห่งชีวิตของผม ซึ่งเก็บเรื่องราวต่างๆ ที่พานพบประสบมา บางครั้งต้องดิ้นรนต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามนานัปการ บางคราวประสบความสำเร็จ บางทีก็ล้มเหลว เจ็บปวดรวดร้าว การอ่านชีวิตของผมจากหนังสือเล่มนี้ น่าจะมีคุณค่าอยู่บ้างในดด้านความรู้ แรงบันดาลใจ และทัศนคติใหม่ๆ ที่อาจนำไปใช้กับการดำเนินชีวิตของหลายท่าน
ที่สำคัญผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อมอบให้แก่พี่อนุรักษ์ ผู้ที่ให้กำลังใจตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน และเป็นคนที่มีส่วนช่วยเหลือในชีวิตของผมมาโดยตลอด
ณัฐปกรณ์ พิชญปัญญาธรรม/ผู้เขียน