เมื่อวันที่ 11-12 มิถุนายน ที่ผ่านมานักศึกษารวมทั้งคณาจารย์ทุกท่านของสถาบันฯได้ มี โอกาสทำนาด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มด้วยพระพร และความเป็นพี่น้องของเราเหล่าสายเลือด pbs ซึ่งนับได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ชีวิตของเราทุกคนอีครั้งหนึ่ง สำหรับน้องปีที่1 นี่เป็นการพิสูจน์ว่าเราจะต้องผ่านเส้นทางแห่งการตรากตรำแบบนี้ไปอีก 3-4ปี พวกเขายังพร้อมที่จะยืนหยัดถวายชีวิตของเขาเพื่อศึกษาพระคัมภีร์ ที่สถาบันแห่งนี้อยู่อีกหรือไม่ สำหรับรุ่นพี่ปี 2 และ 3 ก็เช่นเดียวกัน ท่ามกลางการเรียนที่หนักขึ้น ความรับผิดชอบต่องานการรับใช้ก็เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการฝึกฝนชีวิตบนผืนนาแห่งนี้ก็ยังดำเนินต่อไป เขาจะยังสู้ต่อไปหรือเปล่า ส่วนพี่ปีที่4. ปีนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ทำนาร่วมกับน้องๆ เรารู้ว่า เราไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติของข้าวที่เราได้ปลูกกับมือ แต่มันก็พิสูจน์ว่าเราจะทิ้งอะไรไว้ให้รุ่นน้อง และสถาบันได้ประทับใจในการทำนาในครั้งนี้
ขอบคุณพระเจ้าที่ในปีนี้สภาพของที่นาของสถาบันได้รับการปรับปรุงขึ้นได้มีการขุดร่องน้ำเพื่อผันน้ำเข้านาอย่างเพียอ เราจึงมีน้ำเข้ามาถึงที่ และต้องขอบคุณพระเจ้าที่ปีนี้มีการบริหารจัดการที่ดีเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ต้องขอบคุณมายังบริษัท เบธเอลทัวร์ ที่ได้มีส่วนถวายเพื่อการนี้ ทางสถาบันฯจึงได้ทำการปลูกข้าวสุพรรณบุรี เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าข้าวชนิดนี้จะเป็นข้าวที่เหมาะกับพื้นนาของสถาบันมากที่สุด ให้ผลผลิตที่ดีกว่าข้าวหอมมะลิถึงเท่าตัว จึงได้มีการเริ่มปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาจากเดิมนั้นเป็นข้าวพันธุ์หอมมะลิเพียงอย่างเดียว แต่ที่น่าเป็นหว่งและใคร่จะขอแรงพี่น้องได้กรุณาอธิษฐานเผื่อก็คือ ขอพระเจ้าที่จะเมตตาพื้นนาแห่งนี้เพราะเวลานี้ ได้พบร่องรอยความเสียหายอันเกิดจากการกัดกินของหอยบ้างแล้ว ขอพระเจ้าขนาบตัวทำลายเหล่านี้เสีย และที่จะมีกังหันลมเข้ามาติดตั้งสำหรับดึงน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้ในฤดูแล้งได้ด้วย จะได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากผืนนาแห่งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อที่ผืนนาแห่งจะไม่เป็นแต่การฝึกชีวิตของนักศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังจะเป็นการส่งเสริมให้สถาบันพระคริสตธรรมพะเยาสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ...(ชมภาพบรรยากาศ)
.....การฝึกฝนชีวิตของเรายังไม่จบเท่านี้ เมื่อมีเวลาปลูก ก็ต้องมีวเวลาเกี่ยว แล้วจะรายงานให้ทราบต่อไป....โดย Administrator.