พ.อ.อ. พรเจตน์ กว้างทุ่ง
ข้าพเจ้าทำงานรับราชการเป็นทหารอากาศ สังกัดอยู่ในเขตดอนเมืองชีวิตของข้าพเจ้าได้รับการทรงเรียกในการรับใช้ เริ่มต้นประมาณเดือนตุลาคม2009 ในทุกๆวันที่ข้าพเจ้าไปทำงานนั้น ภายในจิตใจของข้าพเจ้าไม่มีความสุขเลยทั้งๆที่ตำแหน่งในที่ทำงานของข้าพเจ้า ก็อยู่ในที่ตำแหน่งสบายมากๆเลย ข้าพเจ้ารู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช้ตัวตนของข้าพเจ้า แต่เมื่อข้าพเจ้ากลับมาบ้านและได้อ่านพระคัมภีร์ ได้อธิษฐานข้าพเจ้าจะมีสันติสุขมากรู้สึกได้อยู่ใกล้ชิดพระเจ้าและทุกสัปดาห์วันอาทิตย์นั้นจะเป็นวันที่ข้าพเจ้ารอคอย เพราะจะได้ไปโบสถ์และนมัสการพระเจ้า และข้าพเจ้าก็เริ่มอธิษฐานที่จะออกไปร่วมในงานรับใช้ของพระเจ้า และเมื่อข้าพเจ้าอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ก็จะได้รับการสัมผัสจากพระเจ้าที่จะให้ข้าพเจ้าออกไปรับใช้ และพระเจ้าก็ทรงสัญญาว่าจะดูแลชีวิตของข้าพเจ้าและครอบครัว ข้าพเจ้าจึงแน่ใจมากขึ้นจึงได้ปรึกษากับภรรยาในตอนแรกภรรยาก็มีท่าทีเฉยๆแต่ก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร และเราทั้งสองก็ตกลงกันที่อธิษฐานกับพระเจ้าร่วมกันถึงการที่ข้าพเจ้าออกไปรับใช้
แล้ววันหนึ่งภรรยาของข้าพเจ้าก็ได้นิมิตจากพระเจ้าผ่านความฝันโดยที่พระเจ้าต้องการที่จะให้ภรรยาของข้าพเจ้าออกจากงานที่ทำอยู่ ภรรยาของข้าพเจ้าจึงมาปรึกษากับข้าพเจ้าถึงความฝันที่ได้จากพระเจ้าและเราก็อธิษฐานร่วมกันจนเวลาผ่านไปหลายวันจนแน่ใจจากพระคัมภีร์ ที่เราได้เฝ้าเดี่ยวในหลายๆข้อที่หนุนใจเราทั้งสอง แล้วประมาณปลายเดือนตุลาคม2009 ภรรยาของข้าพเจ้าก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่ส่วนตัวข้าพเจ้ายังคงทำงานที่เดิมต่อไปอยู่ แต่ก็เตรียมตัวที่จะลาออกจากราชการเพื่อจะไปช่วยงานที่โบสถ์โดยเราทั้งสองเริ่มอธิษฐาน มากขึ้นถึงเรื่องงานใหม่ที่พระเจ้าจะให้ภรรยาของข้าพเจ้าทำเพราะเราทั้งสองตกลงกันที่จะให้ข้าพเจ้าลาออก จากราชการไปรับใช้พระเจ้าที่โบสถ์ จนกระทั้งเดือนพฤศจิกายนข้าพเจ้าทั้งสองตกลงกันจะไปเปิดร้านขายกาแฟสดที่ จังหวัดบุรีรัมย์โดยในตอนแรกนั้น ข้าพเจ้าได้ติดต่อเพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ แห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้ยื่นเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารแต่ปรากฏว่า เรื่องสินเชื่อของข้าพเจ้าไม่ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร ข้าพเจ้าทั้งสองก็ได้อธิษฐานกันอีก และได้ไปติดต่อที่จะเช่าร้านขายกาแฟสดที่ตลาดใน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์
สาเหตุที่ข้าพเจ้าทั้งสองเริ่มต้นที่จะมาค้าขายที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น เพราะข้าพเจ้าทั้งสองเคยได้ไปบ้านของพี่น้องคริสเตียน ที่อยู่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ รู้สึกประทับใจและได้รับการสัมผัสภายในภายวิญญาณจึงอยากจะมาอยู่และร่วมรับใช้ที่นี้ เมื่อข้าพเจ้าได้บ้านเช่าแล้วก็เริ่มปรับปรุงและซื้อของทุกอย่าง เข้าร้านตั้งใจที่จะเปิดร้านสิ้นเดือนมีนาคม นี้ แต่ว่าช่วงนั้นก็ยังไม่ได้เครื่องชงกาแฟเพราะต้องรอผู้ขายนำมาส่ง ในสิ้นเดือนมีนาคม
ช่วงเดือนมีนาคมก็ได้มีงานค่ายของอ. ซินดี้ เจคอปฟ์ ภรรยาของข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานค่ายครั้งนี้ด้วย โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ไป เมื่อภรรยาของข้าพเจ้ากลับมาจากงานค่ายก็ได้มาเป็นพยานในสิ่งที่พระเจ้าได้ทำกับตัวเธอ และได้บอกถึงการทรงเรียกที่พระเจ้าต้องการให้เธอไปเรียนพระคัมภีร์จังหวัดพะเยาข้าพเจ้ากับภรรยาจึงได้อธิษฐานร่วมกันถึงเรื่องนี้ และได้ตกลงกันยกเลิกการขายกาแฟ แล้วข้าพเจ้าจึงได้ติดต่อยกเลิกเครื่องขายกาแฟจากผู้ขาย และเริ่มติดต่อที่โรงเรียนพระคริสตธรรมพะเยา เพื่อที่จะส่งภรรยาไปเรียนที่นั้นส่วนตัวข้าพเจ้าก็คิดที่จะทำงานรับราชการต่อไป เพื่อที่จะได้มีเงินในการใช้จ่ายส่งภรรยาเรียน แต่เมื่อได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับภรรยาของผู้อำนวยการพระคริสตธรรมพะเยา ถึงเรื่องที่จะส่งภรรยาไปเรียน โดยที่อาจารย์ก็ให้คำแนะนำมาว่า ทางสถาบันไม่สามารถที่จะรับภรรยาของข้าพเจ้าเข้าเรียนได้ เพราะจะทำให้ข้าพเจ้ากับภรรยาต้องแยกกันอยู่ และอาจเกิดปัญหาครอบครัวแตกแยกตามมาด้วย อาจารย์ได้บอกว่าสำหรับคริสเตียนที่มีครอบครัว แล้วการทรงเรียกที่จะให้มาเรียนนั้นต้องมาเป็นครอบครัว แล้วอาจารย์ก็ได้แนะนำข้าพเจ้ากับภรรยาตั้งใจอธิษฐานถึงเรื่องนี้มากขึ้น ถ้าพระเจ้าทรงเรียกให้มาเรียนพระคัมภีร์จริง ๆก็จะได้มาทั้งสองคน
ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนเพราะพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมให้ ข้าพเจ้ากับ ภรรยาจึงได้ร่วมกันอดอาหารอธิษฐานถึงเรื่องนี้ อย่างจริงจัง หลังจากนั้นภรรยาก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวที่อยู่ประเทศเยอรมันบอกว่าอาจารย์ที่โบสถ์ในเยอรมันต้องการจะส่งเราทั้งสองคนเรียนพระคัมภีร์ที่พระคริสตธรรมพะเยาโดยจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ เมื่อข้าพเจ้าได้รับข่าวนี้ ข้าพเจ้าและภรรยาจึงมั่นใจถึงการทรงเรียกของพระเจ้าต่อเราทั้งสองคน จึงตัดสินใจมาเรียนที่นี้
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรอันยิ่งใหญ่ของพระองค์